5 เมืองจีนน่าเที่ยว อัปเดตล่าสุดปี 2025

undefined
21 ตุลาคม 2568

ปีนี้ถือเป็นโอกาสทองในการสัมผัสเสน่ห์แดนมังกร หลังรัฐบาลจีนส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม และการจัดกิจกรรมงานต่างๆ ทั่วประเทศจีน ด้วยนโยบาย ‘ฟรีวีซ่า’ ที่ประเทศจีนประกาศใช้ร่วมกับประเทศไทย ทำให้ไม่ต้องกรอกเอกสารซับซ้อนหรือยื่นขอวีซ่าล่วงหน้าอีกต่อไป เพียงแค่จองตั๋วเครื่องบิน เก็บกระเป๋า แล้วบินลัดฟ้าไปสัมผัสวัฒนธรรมจีนได้ทันที 

 

  1. ปักกิ่ง (Beijing)

เมืองหลวงของจีนที่โดดเด่นด้วยเสน่ห์หลากหลายมิติ ตั้งแต่มรดกโลกอันทรงคุณค่า วัฒนธรรมจีนดั้งเดิมที่ยังคงอยู่ในชุมชนโบราณ ไปจนถึงสวนสนุกระดับโลก ปักกิ่งจึงเป็นจุดหมายปลายทางที่เหมาะสำหรับนักท่องเที่ยวทุกสไตล์

Beijing

สถานที่สำคัญในปักกิ่งที่ห้ามพลาด : 

1. สวนสนุก POP Land (POP Land Theme Park) 

สถานที่สุดฮิตสำหรับสาวกอาร์ตทอย สวนสนุกธีมปาร์คแห่งแรกของ Pop Mart โลกแห่งความสุขที่อัดแน่นด้วยตัวละครและโลกของอาร์ตทอย แบ่งออกเป็นทั้งหมด 4 โซนหลัก ได้แก่ POP STREET, LABUBU Adventure Forest, Mollys's Castle และ Lakeside District 

2. หุบเขาหลงชิ้ง (Longqing Gorge) 

สถานที่ท่องเที่ยวทางธรรมชาติที่สวยงามตระการตา มีภูเขาหินปูนสูงตระหง่าน ป่าเขียวชอุ่ม และแม่น้ำสายเขียวมรกตไหลผ่าน ตั้งอยู่ในเขตเหยียนชิ่ง (Yanqing) นักท่องเที่ยวสามารถล่องเรือชมทิวทัศน์ นั่งกระเช้าไฟฟ้าขึ้นชมวิวจากมุมสูง เดินป่า และเยี่ยมชมถ้ำพุทธโบราณได้ 

3. พระราชวังต้องห้าม (Forbidden City) 

สถาปัตยกรรมจีนโบราณสมัยราชวงศ์หมิง ในอดีตเป็นที่ประทับของจักรพรรดิ และเป็นศูนย์กลางการปกครองของประเทศ ประชาชนทั่วไปจึงไม่สามารถเข้าได้ แม้แต่ขุนนางก็เข้าได้เพียงบางพื้นที่เท่านั้น  ปัจจุบันเปลี่ยนเป็น “พิพิธภัณฑ์กู้กงแห่งชาติ (Palace Museum)” และเปิดให้นักท่องเที่ยวเข้าชมได้ 

4. ชุมชนโบราณหูท่ง (Hutong) 

ศูนย์รวมวัฒนธรรมและวิถีชีวิตดั้งเดิม บ้านเรือนส่วนใหญ่เป็นสถาปัตยกรรมแบบ "Siheyuan (บ้านสี่เหลี่ยมที่มีลานกลาง)" ซึ่งนักท่องเที่ยวสามารถเข้าชมพร้อมสัมผัสบรรยากาศชีวิตชาวบ้าน ร้านน้ำชา ร้านขายของฝาก และหอศิลป์เล็กๆ ได้ 

5. ถนนโบราณหนานโหลวกู่เซียง (Nan Luo Gu Xiang) 

ถนนที่มีความยาวประมาณ 800 เมตร พร้อมสถาปัตยกรรมแบบดั้งเดิมที่มีอายุกว่า 700 ปี ได้รับการอนุรักษ์และพัฒนาให้เป็นแหล่งท่องเที่ยว โดยจะได้สัมผัสถึงกลิ่นอายของประวัติศาสตร์ที่ผสมผสานกับความทันสมัย ที่เต็มไปด้วยร้านอาหารท้องถิ่น และร้านขายของที่ระลึก 

 

  1. เซี่ยงไฮ้ (Shanghai) 

จุดหมายปลายทางยอดนิยมของนักท่องเที่ยวจากทั่วโลก ซึ่งเป็นศูนย์กลางทางเศรษฐกิจที่สะท้อนการเปลี่ยนแปลงของโลกยุคใหม่ ทั้งเทคโนโลยี สถาปัตยกรรม และวัฒนธรรมร่วมสมัยที่หลอมรวมกันได้อย่างกลมกลืน ใครที่ได้มาเยือนจะสัมผัสได้ถึงพลังของเมืองที่ “ไม่เคยหลับใหล”

Shanghai

 

สถานที่สำคัญในเซี่ยงไฮ้ที่ห้ามพลาด : 

1. เดอะบันด์ (The Bund) 

สถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยมริมแม่น้ำหวงผู่ แลนด์มาร์กสำคัญที่ไม่ควรพลาด โดดเด่นด้วยวิวสุดอลังการอย่าง "ตึกโอเรียนทัลเพิร์ล (Oriental Pearl Tower)" หรือที่รู้จักในนาม "หอไข่มุกตะวันออก" เป็นจุดเด่นของเดอะบันด์ที่ไม่มีใครไม่รู้จัก

2. เซี่ยงไฮ้ ดิสนีย์แลนด์ (Shanghai Disneyland) 

สวนสนุกดิสนีย์แห่งแรกในจีนแผ่นดินใหญ่ และเป็นแห่งที่ใหญ่ที่สุดในเอเชีย เต็มไปด้วยความแฟนตาซี เทคโนโลยีล้ำสมัย และบรรยากาศสุดอลังการ โดยแบ่งออกเป็น 8 โซนหลัก ได้แก่ Mickey Avenue, Gardens of Imagination, Fantasyland, Toy Story Land, Adventure Isle, Treasure Cove, Tomorrowland และโซนใหม่อย่าง Zootopia

3. สวนอี้หยวน (Yuyuan Garden) 

สวนจีนโบราณอายุกว่า 400 ปี ก่อตั้งในสมัยราชวงศ์หมิง ภายในสวนประกอบด้วยสิ่งปลูกสร้างสไตล์จีนโบราณกว่า 20 หลัง เชื่อมต่อกันด้วยสะพานข้ามน้ำ บรรยากาศที่สงบและงดงามท่ามกลางต้นไม้ใหญ่ ดอกไม้ และหินประดับที่หายาก เหมาะสำหรับผู้ที่รักความสงบ รักธรรมชาติ และอยากชื่นชมสถาปัตยกรรมจีนโบราณ

4. ถนนนานจิง (Nanjing Road)

แหล่งช้อปปิ้งชื่อดังของเซี่ยงไฮ้ที่ทอดยาวกว่า 5.5 กิโลเมตร แบ่งเป็นสองส่วนหลักคือ "East Nanjing Road" ที่เต็มไปด้วยห้างสรรพสินค้าชั้นนำ ร้านค้าท้องถิ่นที่หลากหลาย ร้านขายของฝากมากมาย รวมถึงร้านค้าของเล่นชื่อดังอย่าง Pop Mart และส่วนที่สองคือ "West Nanjing Road" เป็นที่ตั้งของโรงแรมห้าดาว ร้านค้าแบรนด์เนมชั้นนำ และอาคารสำนักงาน

5. อาคารพันต้นไม้ (Tian An 1000 Trees) 

อาคารสถาปัตยกรรมสมัยใหม่ที่ได้รับรางวัลระดับโลก ตกแต่งด้วยต้นไม้กว่าพันต้น ซึ่งเป็นพื้นที่สีเขียวท่ามกลางเมือง เป็นพื้นที่เชื่อมสัมพันธ์ทางสังคม และเชื่อมโยงให้คนเมืองให้ได้สัมผัสกับธรรมชาติ พร้อมจุดถ่ายรูปสุดฮิปและมีร้านค้าร้านอาหารมากมาย 

 

  1. ฮาร์บิน (Harbin) 

เมืองหลวงของมณฑลเฮยหลงเจียง ที่ผสมผสานวัฒนธรรมระหว่างจีน รัสเซีย และยุโรป จนได้รับฉายาว่า “มอสโกแห่งตะวันออก” และยังเป็นที่รู้จักในนาม “เมืองแห่งน้ำแข็ง” หรือ "Ice City" โดยทุกๆ ปี เมืองนี้จะจัดงานเทศกาลโคมไฟและประติมากรรมน้ำแข็งและหิมะนานาชาติ (Harbin International Ice and Snow Sculpture Festival) ที่ช่วยดึงดูดนักท่องเที่ยวจากทั่วโลกให้มาสัมผัสความงดงามของศิลปะน้ำแข็งสุดอลังการ

Harbin

 

สถานที่สำคัญในฮาร์บินที่ห้ามพลาด : 

1. หมู่บ้านหิมะ (China Snow Town)

หมู่บ้านที่มีบ้านเรือนแบบดั้งเดิมถูกปกคลุมด้วยหิมะปุยขาวจนกลายเป็นรูปร่างแปลกตาอย่าง "เห็ดหิมะ" ทำให้ทัศนียภาพงดงามราวกับภาพวาดสีขาวบริสุทธิ์ ชวนให้ผู้มาเยือนได้ดื่มด่ำกับบรรยากาศอันหนาวเหน็บแต่แสนอบอุ่น

2. ลานสกีหยาปู่ลี่ (Yabuli Ski Resort) 

ลานสกีที่ใหญ่ที่สุดในประเทศจีน มีพื้นที่กว้างขวางและครบครันสำหรับนักสกีทุกระดับ ตั้งแต่ผู้เริ่มต้นไปจนถึงมืออาชีพ ด้วยลานสกีที่มีความลาดชันและระดับความยากที่หลากหลาย พร้อมสิ่งอำนวยความสะดวกมากมาย เช่น กระเช้าลอยฟ้า และมีโรงแรมที่พักตั้งอยู่ริมลาน ทำให้สามารถเข้าถึงกิจกรรมสกีได้อย่างสะดวกสบายและเต็มที่ 

3. สะพานเหล็กปินโจว (Binzhou Railway Bridge) 

หนึ่งในสัญลักษณ์ทางประวัติศาสตร์ที่สำคัญของเมืองฮาร์บิน ด้วยโครงสร้างเหล็กเก่าแก่ที่ออกแบบในสไตล์รัสเซียอันโดดเด่น สะพานแห่งนี้ทอดตัวพาดผ่านแม่น้ำซงหัวอย่างสง่างาม เป็นเครื่องเตือนใจถึงความสำคัญของเส้นทางรถไฟในอดีตที่เคยเชื่อมโยงเมืองนี้กับภูมิภาคต่างๆ 

4. โบสถ์เซนต์โซเฟีย (St. Sophia Church) 

สถานที่สำคัญเชิงประวัติศาสตร์ของเมืองฮาร์บิน ปัจจุบันถูกดัดแปลงให้เป็นพิพิธภัณฑ์จัดแสดงเรื่องราวเกี่ยวกับประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมของเมือง ภายในอาคารโดดเด่นด้วยสถาปัตยกรรมแบบไบแซนไทน์ ที่สะท้อนอิทธิพลของรัสเซียในอดีตได้อย่างชัดเจน ด้วยโดมสีเขียวขนาดใหญ่และตัวอาคารอิฐสีแดง ทำให้โบสถ์แห่งนี้กลายเป็นสัญลักษณ์ที่หลายคนจดจำเมื่อพูดถึงฮาร์บิน 

5. ย่านสถาปัตยกรรมบาโรก (Chinese Baroque Style Street) 

ตึกแถวโบราณอายุกว่า 100 ปี ในรูปแบบของร้านค้าบูติก คาเฟ่สไตล์วินเทจ และร้านอาหารท้องถิ่น ที่ยังคงความงดงามของลวดลายปูนปั้นบาโรกพร้อมประดับด้วยตัวอักษรจีนและสัญลักษณ์มงคล

 

  1. ซีอาน (Xian) 

เมืองหลวงแห่งราชวงศ์โบราณและจุดเริ่มต้นของเส้นทางสายไหม โดดเด่นด้วยมรดกทางวัฒนธรรมและโบราณสถานระดับโลกอย่าง "กองทัพทหารดินเผา (Terracotta Warriors)" เมืองนี้ผสมผสานเสน่ห์ของอดีตเข้ากับความทันสมัยได้อย่างลงตัว นักท่องเที่ยวสามารถสัมผัสทั้งความยิ่งใหญ่ของอารยธรรมโบราณและความสะดวกสบายของมหานครยุคใหม่ในเวลาเดียวกัน

Xian

 

สถานที่สำคัญในซีอานที่ห้ามพลาด : 

1. วัดต้าซิงชาน (Daxingshan Temple) 

วัดต้าซิงชานเป็นหนึ่งในวัดพุทธที่เก่าแก่ที่สุดของเมืองซีอาน สร้างขึ้นตั้งแต่สมัยราชวงศ์จิ้น จุดเด่นของวัดอยู่ที่สถาปัตยกรรมจีนโบราณอันวิจิตรและบรรยากาศอันสงบเงียบ วัดแห่งนี้ยังเป็นศูนย์กลางของนิกายมิจง (พุทธศาสนานิกายตันตระของจีน) เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการมาสักการะ เสริมสิริมงคล หรือแสวงหาความสงบทางจิตใจ 

2. กำแพงเมืองโบราณซีอาน (Xi'an City Wall) 

กำแพงเมืองโบราณซีอานมีความยาวกว่า 13 กิโลเมตร และถือเป็นหนึ่งในกำแพงเมืองสมัยราชวงศ์หมิงที่สมบูรณ์ที่สุดในประเทศจีน ปัจจุบันเปิดให้นักท่องเที่ยวขึ้นไปชมวิวรอบเมืองหรือปั่นจักรยานบนกำแพงได้ตลอดแนว โดยเฉพาะในยามค่ำคืนที่ไฟประดับจะเปลี่ยนบรรยากาศให้โรแมนติกและงดงามเป็นพิเศษ 

3. ภูเขาหัวซาน (Mount Hua)

หนึ่งในห้าภูเขาศักดิ์สิทธิ์ของจีน มีชื่อเสียงในความสูงชันและเส้นทางปีนเขาที่ท้าทาย โดยเฉพาะ “Plank Walk” หรือทางเดินไม้กระดานบนหน้าผา ซึ่งเป็นจุดไฮไลต์ที่ทั้งหวาดเสียวและน่าตื่นเต้น เหมาะสำหรับนักผจญภัยที่ต้องการสัมผัสความงดงามของธรรมชาติ พร้อมชมทะเลหมอกและวิวภูเขาที่ตระการตา 

4. สวนสาธารณะซิงชิง (Xingqing Park)

สวนขนาดใหญ่ที่สุดในเมืองซีอาน ตั้งอยู่บนพื้นที่เดิมของพระราชวังซิงชิงในสมัยราชวงศ์ถัง ภายในมีทะเลสาบ ทิวทัศน์ร่มรื่น และพื้นที่พักผ่อนที่สวยงาม นอกจากนี้ยังเปิดให้เข้าชมฟรี เหมาะสำหรับเดินเล่น ชมวิว หรือสัมผัสวิถีชีวิตของชาวซีอานที่มาพักผ่อนในสวนแห่งนี้ 

5. ย่านมุสลิม (Muslim Quarter) 

ย่านเก่าแก่ที่เต็มไปด้วยสีสันของวัฒนธรรมและอาหารพื้นเมืองของชาวมุสลิมหุย ที่นี่เต็มไปด้วยร้านอาหารและตลาดริมทางที่คึกคักตลอดวัน ไฮไลต์ที่ไม่ควรพลาดคือ “ก๋วยเตี๋ยวแกะ (Yang Rou Pao Mo)” และ “ขนมปังเนื้อ (Rou Jia Mo)” หรือเบอร์เกอร์จีนชื่อดังที่หาทานได้เฉพาะในพื้นที่นี้

 

  1. คุนหมิง (Kunming) 

เมืองหลวงของมณฑลยูนนาน มีอากาศดีตลอดทั้งปี จึงได้ชื่อว่า "เมืองแห่งฤดูใบไม้ผลิตลอดกาล" เหมาะสำหรับนักท่องเที่ยวที่ต้องการพักผ่อนท่ามกลางธรรมชาติ

Kunming

 

สถานที่สำคัญในคุนหมิงที่ห้ามพลาด : 

1. วัดหยวนทง (Yuantong Temple)

วัดพุทธที่เก่าแก่และใหญ่ที่สุดในคุนหมิง มีประวัติศาสตร์ยาวนานกว่า 1,200 ปี ตั้งแต่สมัยราชวงศ์ถัง สถาปัตยกรรมของวัดแห่งนี้โดดเด่นด้วยการออกแบบที่แตกต่างจากวัดทั่วไป โดยมีลักษณะเป็นแอ่งลึกลงไปซึ่งต่างจากวัดทั่วไปที่สร้างสูงขึ้น บริเวณภายในวัดประดับประดาด้วยดอกไม้นานาพันธุ์ มีสระน้ำใสเป็นศูนย์กลางล้อมรอบด้วยศาลาจีนสีแดงทอง บรรยากาศเงียบสงบและศักดิ์สิทธิ์ 

2. Kunming Old Street (Jingxing Street)

ย่านเมืองเก่าที่ตลอดสองข้างทางเต็มไปด้วยอาคารไม้โบราณตกแต่งด้วยโคมไฟแดง ผสมผสานกับร้านค้าสมัยใหม่ คาเฟ่ ร้านขายของที่ระลึก และร้านอาหารท้องถิ่นมากมาย นักท่องเที่ยวสามารถเดินชมบรรยากาศย้อนยุค พร้อมถ่ายรูปกับมุมสวยๆ ที่เต็มไปด้วยเสน่ห์แบบจีนโบราณผสมผสานความร่วมสมัย 

3. สวนทะเลสาบกรีนเลค (Green Lake Park หรือ Cuihu Park)

สวนสาธารณะใจกลางเมืองคุนหมิง โดดเด่นด้วยทะเลสาบน้ำใสที่รายล้อมสะพานโค้งสีแดง ในช่วงฤดูหนาวสวนแห่งนี้จะมีนกนางนวลแดงอพยพมาจากไซบีเรีย ทำให้สร้างสีสันและกลายเป็นจุดชมธรรมชาติยอดนิยมของนักท่องเที่ยว บรรยากาศโดยรอบผสมผสานอย่างลงตัวระหว่างความงามของธรรมชาติ วัฒนธรรมท้องถิ่น และวิถีชีวิตของชาวคุนหมิง 

4. ป่าหิน (Stone Forest หรือ Shilin National Park)

เป็นมรดกโลกทางธรรมชาติที่น่าทึ่งแห่งหนึ่งของจีน โดยเกิดจากการกัดเซาะของน้ำและลมต่อหินปูนเป็นเวลากว่า 270 ล้านปี จนกลายเป็นเสาหินรูปร่างแปลกตาสูงตระหง่านนับพันต้น แบ่งเป็นเขตชมต่างๆ เช่น เขตป่าหินใหญ่ ป่าหินเล็ก และถ้ำต่างๆ ภูมิทัศน์ที่มหัศจรรย์นี้ทำให้ป่าหินได้รับการขนานนามว่าเป็น "ความมหัศจรรย์อันดับหนึ่งของโลก" 

5. ภูเขาซีซาน (Western Hills หรือ Xishan)

เทือกเขาที่ทอดตัวยาวไปตามแนวชายฝั่งทะเลสาบเตี้ยนฉือทางทิศตะวันตกของเมืองคุนหมิง ด้วยทิวทัศน์อันงดงามและเอกลักษณ์เฉพาะตัว ชาวท้องถิ่นจึงขนานนามให้ว่า "ภูเขานอนของนางฟ้า (Sleeping Beauty Mountain)" เพราะเมื่อมองจากระยะไกล รูปร่างของเทือกเขาแห่งนี้คล้ายกับเงาของหญิงสาวที่นอนหงายมองฟ้า นักท่องเที่ยวสามารถขึ้นกระเช้าลอยฟ้า (cable car) ชมป่าสนและพืชพันธุ์นานาชนิด และบนยอดเขามีวัดโบราณและถ้ำต่างๆ ที่มีประวัติศาสตร์ยาวนานกว่า 1,400 ปี 

 

นี่เป็น 5 เมืองจีนน่าเที่ยว อัปเดตล่าสุดปี 2025 และการเดินทางไปต่างประเทศอาจมาพร้อมกับความเสี่ยงที่คาดไม่ถึง ทั้งอุบัติเหตุ การเจ็บป่วย ทรัพย์สินสูญหาย หรือเที่ยวบินล่าช้า ให้ "ประกันการเดินทาง Happy Trip" จากเมืองไทยประกันภัย" ช่วยคุ้มครองคุณจากเหตุไม่คาดฝัน พร้อมคุ้มครองค่ารักษาพยาบาลสูงสุด 5 ล้านบาท คุ้มครองทรัพย์สิน เที่ยวบินล่าช้า และหากยื่นวีซ่าไม่ผ่านคืนเงิน 100% ราคาเริ่มต้นเพียง 165 บาท/เที่ยว

 

หมายเหตุ: เงื่อนไขเป็นไปตามที่บริษัทฯ กำหนด โปรดศึกษารายละเอียดความคุ้มครองและเงื่อนไขก่อนทำประกันภัยทุกครั้ง 

โปรโมชัน

นักลงทุนสัมพันธ์

บริษัท เมืองไทยประกันภัย จำกัด (มหาชน)

252 ถ.รัชดาภิเษก แขวงห้วยขวาง เขตห้วยขวาง กรุงเทพฯ 10310

โทร. 0-2665-4000, 0-2290-3333 แฟกซ์ 0-2665-4166, 0-2274-9511, 0-2276-2033

ติดตามเมืองไทยประกันภัย
1484แจ้งเหตุ 24 ชั่วโมง