มวยจีนเพื่อชีวิตที่ดีกว่า

3
Nov, 23
785
0 Like

หากจะกล่าวถึงศิลปะการต่อสู้ในภาพยนตร์ รับรองว่าแฟนภาพยนตร์แนวแอ็คชั่นทั่วโลก คนแรกๆ ที่นึกถึงก็คือ บรู๊ซ ลี (Bruce Lee) นักแสดง ผู้กำกับมากความสามารถ เป็นผู้เผยแพร่ศิลปะการต่อสู้คนแรกๆ ของเอเซียผ่านภาพยนตร์สู่สายตาชาวโลก

ภาพยนตร์ที่ทำให้ บรูซ ลี เริ่มมีชื่อเสียงจากฝั่งอเมริกาคือ เรื่อง The Green Hornet (เพชรฆาตหน้ากากแตน ) และภาพยนตร์ที่ บรู๊ซ ลี ได้แสดงนำ และเป็นที่โด่งดังมากในอเมริกาคือ The Big Boss  (ไอ้หนุ่มซินตึ๊งออกฉายในอเมริกาปี 1972

บรู๊ซ ลี ยังมีอาชีพสอนกังฟู ค่าฝึกสอน 275 ดอลลาร์ต่อชั่วโมง และเขียนหนังสือเกี่ยวกับศิลปะการต่อสู้หลายเล่ม TAO OF JEET KUNE DO คือหนึ่งในหนังสือที่มีการตีพิมพ์หลายครั้ง และในปี 1964 ได้เปิดโรงเรียนสอนกังฟูไม่เชื้อชาติเป็นแห่งแรกในโลก ที่ไชน่าทาวน์ ลอสแอนเจลิส ประเทศสหรัฐอเมริกา

ในปี 1973 บรูซ ลี เสียชีวิตด้วยโรคลมชัก ณ โรงพยาบาลกู๊ดโฮพ (Good Hope) ประเทศฮ่องกง ซึ่งขณะนั้นอายุเพียง 32 ปี

ในแง่อีกมุมหนึ่ง บรูซ ลี เป็นผู้เผยแพร่ และได้คิดค้นศิลปะการต่อสู้แบบผสมผสาน (Mixed Martial Arts) ขึ้นมาคนแรกๆ ที่มีชื่อว่า Jeet Kune Do โดยมีพื้นฐานมาจาก มวยหวิงชุน ลองนึกถึงภาพยนต์เรื่อง Ip Man  ศิลปะการต่อสู้ที่พระเอกใช้ต่อสู้ทั้งเรื่อง รับรองว่าทุกคนต้องรู้จัก แต่จะมีสักกี่คนที่จะรู้ว่ามวยจีนรูปแบบนี้มีที่มาเป็นอย่างไร

หวิงชุน Wing Chun, Wing Tsun (สำเนียงกวางตุ้ง) หรือ หย่งชุน (สำเนียงจีนกลาง) เป็นศิลปะการต่อสู้จีนแขนงหนึ่งในรูปแบบของกังฟู  ซึ่งแตกต่างจากกังฟูแบบอื่นอย่างชัดเจน เป็นมวยที่ไม่ต้องใช้พละกำลังมาก             เหมาะสมกับสรีระของผู้หญิง และผู้ชายที่ร่างกายไม่ใหญ่โตมากนัก ในการป้องกันตัวและจู่โจมในระยะประชิด      ใช้แรงปะทะน้อยกว่า แต่เน้นไปที่โครงสร้างร่างกายในการตั้งรับ และโจมตี มีวิธีการเดิน และยืนที่มั่นคง

 

ประวัติตามตำนานเล่าว่า มวยหวิงชุน (Wing Chun) เกิดขึ้นในยุคราชวงศ์ชิง ประเทศจีน หลังจากวัดเส้าหลิน   ถูกเพลิงเผาไหม้จนวอดวาย 5 ปรมาจารย์อาวุโส และบรรดาลูกศิษย์ ต่างแยกย้ายกระจัดกระจายออกไปตามเส้นทางของตนเอง

แม่ชีอู่เหมย หนึ่งใน 5 ปรมาจารย์อาวุโส ได้อพยพบนเขาซ่งซาน และที่นั่นได้คิดค้นศิลปะการต่อสู้แบบใหม่ขึ้นจากการได้เห็น นกกระเรียนต่อสู้กับงูเห่า โดยงูโจมตีเป็นเส้นตรง นกกระเรียนได้ป้องกัน และเคลื่อนไหวตัวเองเป็นวงกลม ทำให้งูไม่อาจทำอะไรนกกระเรียนได้  แม่ชีอู่เหมยจึงได้นำมาพัฒนากังฟู ซึ่งจะแตกต่างจากกังฟูวัดเส้าหลิน

ประวัติเล่ากันต่อมาอีกว่า สตรีผู้หนึ่งชื่อว่า หย่งชุน ได้เคยฝึกฝนมวยหวิงชุน ได้แต่งงานกับ เหลือง ปอกเชา และพยายามจะสอนวิชานี้ให้กับสามี  แต่สามีไม่ยอมฝึก เพราะได้ฝึกฝนมวยเส้าหลินมานานแล้ว แต่หย่งชุนก็ได้แสดงฝีมือและได้เอาชนะสามีได้ทุกครั้ง สุดท้ายสามีจึงยอมเรียนวิชานี้กับภรรยา และจากจุดเริ่มต้นนี้จึงได้ตั้งชื่อมวยรูปแบบใหม่นี้ว่า หย่งชุน

 

มวยหวิงชุน ได้ถูกถ่ายทอดกันมารุ่นต่อรุ่น จนกระทั่งมาถึงรุ่นของ ฉั่น หว่าซุน และ ยิปมัน (Ip Man) โดยเฉพาะ      ยิปมัน เป็นผู้ที่ทำให้มวยหวิงชุนโด่งดังเป็นที่รู้จักในระดับสากล ด้วยความที่เป็นอาจารย์ผู้ถ่ายทอดวิชานี้ให้แก่   บรูซ ลี ซึ่งต่อมากลายเป็นนักแสดงแอ็คชั่นที่มีชื่อเสียงระดับโลก

 

5 ข้อสำคัญของศิลปะป้องกันตัวหวิงชุน

 

1. การวางสรีระ สำหรับมวยหวิงชุนหมายความถึงการวางโครงสร้างสรีระร่างกายของเราให้ได้เปรียบคู่ต่อสู้

2. การสกัด คือเราต้องคิดก่อน ลงมือก่อน และพร้อมที่จะสกัดคู่ต่อสู้ก่อนที่จะบุกมาต่อเนื่อง

3. การทำลายโครงสร้างสรีระร่างกายของคู่ต่อสู้ เป้าหมายคือการทำให้เขาช้าลง หรือหยุดโจมตี

4. การไล่ คือท่าโจมตีต่อเนื่อง หรือหยุดการเคลื่อนไหวของคู่ต่อสู้

5. การปรับสภาวะ เมื่อเราเองอยู่ในตำแหน่งที่เสียเปรียบ ต้องปรับเปลี่ยนให้เข้ากับสถานการณ์

 

มวยจีนโบราณจากอดีตถึงปัจจุบัน

ปัจจุบันมีผู้ฝึกฝนเรียนมวยหวิงชุนทั่วโลก ทุกเพศ ทุกวัย  จากอิทธิพลของภาพยนตร์ นักแสดง และนักกีฬา

ในแง่ของสุขภาพ ได้การฝึกระบบหายใจ กล้ามเนื้อที่แข็งแรง มีสติรับรู้เร็วขึ้น และการผ่อนคลายความเครียด

ในแง่ของสังคม ได้เข้าคู่ฝึกซ้อมสนทนา ได้เพื่อนหรือกลุ่มสังคมใหม่จากการฝึกซ้อม รู้จักการป้องกันตัวเอง        การฝึกซ้อมให้รอดพ้นจากสร้างสถานการณ์ในเหตุที่ไม่คาดถึง

 

เช่นในปี .. 2011 สายการบิน Hongkong Airline ได้ให้พนักงานต้อนรับบนเครื่องบินผู้หญิง

เรียนคอร์สฝึกมวยหวิงชุน เพื่อใช้ในการป้องกันตัวเอง และรับมือกับผู้โดยสารที่เป็นภัยคุกคามบนเครื่องบิน

เพื่อระงับเสถานการณ์ฉุกเฉินเบื้องต้นได้ เนื่องจากเป็นศิลปะการต่อสู้ที่ใช้พื้นที่น้อย และใช้ได้ดีกับสถานที่แคบๆ เช่น บนเครื่องบิน

 

หัวใจสำคัญของมวยหวิงชุน คือการหยุดการกระทำคู่ต่อสู้ที่โจมตี อาศัยหลักเส้นตรงที่สั้นที่สุด ระหว่างเรากับคู่ต่อสู้  ใช้โครงสร้างร่างกายเพื่อป้องกัน และโจมตี หลักนี้จึงเหมาะสำหรับคนตัวเล็กที่เป็นมวยชนิดนี้ สู้กับคนตัวใหญ่กว่าที่โจมตีได้

 

คำว่า มวย ในภาษาไทย มีความหมายว่า หนึ่ง หรือเดียว เพราะฉะนั้นองค์ประกอบรวมทั้งหมด ต้องขึ้นอยู่กับผู้สนใจมากหรือน้อย จึงจะมีประสิทธิภาพ ใช้ได้จริง จะต้องเรียนรู้ฝึกฝน มีวินัยสม่ำเสมอ ความอ่อนน้อมถ่อมตน   รับรองได้เลยว่าจะได้ทั้งสุขภาพกายที่แข็งแรง คล่องแคล่วว่องไว และจิตใจที่แข็งแกร่ง มั่นใจที่จะสามารถปกป้องผู้อื่นได้  และการเรียนรู้พัฒนาสิ่งใหม่ๆ เสมอ

 

สำหรับหวิงชุนในประเทศไทย เริ่มต้นขึ้นในปี พ..2531 ซึ่งชาวไทยคนแรกที่นำเข้ามาเผยแพร่ฝึกสอน 

คือ อาจารย์อนันต์ ทินะพงศ์ ที่ได้เรียนฝึกฝนมวยหวิงชุน สมัยศึกษาต่อที่ประเทศสหรัฐอเมริกาจาก

อาจารย์จู เสาไหล่ (Robert Chu) ผู้ซึ่งเป็นศิษย์ของ อาจารย์เจวียง ฮอกกิ่น (Hawkin Cheung) ผู้ซึ่งเป็นศิษย์โดยตรงของอาจารย์ยิปมัน (Ip Man) โดยเปิดสอนที่สวนลุมพินีทุกวันอาทิตย์ เป็นเวลามากกว่า 30 กว่าปี

 

อ้างอิงแหล่งที่มา : อาจารย์อนันต์ ทินะพงศ์ (ผู้เผยแพร่ และฝึกสอนมวยหวิงชุนคนแรกในประเทศไทย)

https://th.wikipedia.org / บรู๊ซ ลี

เรียบเรียงโดย : ธงชัย ไศลบาท

Inspired by


"เพราะแรงบันดาลใจ คือ ชีวิต"
เพื่อแบ่งปันความรู้สึกของคุณ ผ่านตัวอักษรเพียง เข้าสู่ระบบ หรือ สมัครสมาชิก

บทความที่น่าสนใจ