ก้าวแรกของแยมมี่ สาวออฟฟิศที่ทำตามฝันกับทริป พิชิต EVEREST BASE CAMP

6
Jul, 18
1804
0 Like

จุดเริ่มต้น... เริ่มแรกเลยอยากเห็น Everest ด้วยตาของตัวเองสักครั้งหนึ่ง หลังจากตามอ่านรีวิวมาสักพัก จนเกิดคำถามกับตัวเองว่าต้องมีสักครั้งสินะ




" Everest คือ ความฝันและแรงบันดาลใจ ชอบการ trekking เพราะทุกครั้งที่ทำสำเร็จมันคือการพิชิตใจตัวเองได้ กลับมาจากการเดินทางทุกครั้งเราจะได้แง่มุมดีๆมาใช้ในชีวิตเสมอๆ "



อ่านรีวิวคิดว่าเห็นภาพแล้ว ก็ยังไม่เท่าการที่ได้สัมผัสด้วยตัวเอง กับการพิชิตเส้นทาง Everest Base Camp + 3 พาส (3 พาสนี้ คือเส้นทางที่ต้องเดินข้ามช่องเขาทั้ง 3 แห่ง ได้แก่ Kongma La, Cho La และ Renjo La) ที่ใครๆบอกว่าสวยงามพอๆ กับความหฤโหดที่ต้องอยู่บนความสูงเกิน 5,300 เมตร ซึ่งอ๊อกซิเจนจะเหลือประมาณ 50% เท่านั้น หากคุณคิดจะไป สิ่งที่ต้องเตรียมอย่างแรกคือเตรียมร่างกาย ออกกำลังกายสม่ำเสมอ


เพราะทริปนี้ใช้เวลาเยอะพอสมควร ของเราใช้เวลาเดิน 16 วัน ต้องเดินขึ้นเขาสูงๆและเดินวันละหลายๆชั่วโมง วันที่ต้องเดินหนักสุดคือ 12 ชม. ร่างกายต้องพร้อม ศึกษาข้อมูลและเตรียมเสื้อผ้าอุปกรณ์ให้ครบเพราะบนภูเขาจะหนาวมากเจอหิมะตกเกือบทุกวัน ถ้าทุกอย่างพร้อมแล้วก็พร้อมลุย ออกเดินทางไปตามฝันได้เลย






ปัจจุบันคุณทำอะไรอยู่



เป็นเลขา CEO ของบริษัทเอกชนแห่งหนึ่งในกรุงเทพ


แรงบันดาลใจของคุณ



Everest คือ ความฝันและแรงบันดาลใจ ชอบการ trekking เพราะทุกครั้งที่ทำสำเร็จมันคือการพิชิตใจตัวเองได้ กลับมาจากการเดินทางทุกครั้งเราจะได้แง่มุมดีๆมาใช้ในชีวิตเสมอๆ สิ่งที่กลัวที่สุดตอนทำภารกิจนี้... ตอนที่เดินข้าม พาส Kongma La ซึ่งมีความสูง 5,535 เมตรจากระดับน้ำทะเล พาสนี้เป็นพาสที่ไกลสุดและโหดสุด เราเดินได้ช้าเลยต้องใช้เวลาถึง 12 ชม. ด้วยระยะทางที่ไกล ตอนนั้นเราเริ่มท้อมาก เหนื่อยแบบน้ำตาไหล เริ่มปวดหัวจากอาการแพ้ ความสูงเฉียบพลัน AMS (Acute Mountain Sickness) หรือ Altitude Sickness ท้อสุดในชีวิต เดินยังไง






ก้อไม่ถึงซักที ต้องฮึดสู้และตั้งสติ กำหนดลมหายใจและค่อยๆอดทนและก้าวขาเดินไปข้างหน้า 2 ชม. สุดท้ายร่างกายแย่มาก ลูกหาบต้องเข้ามาช่วยทั้งลากแขนเราและแบกเรา อดทนจนมาถึงจุดหมายสิ้นสุดพาสนั้น ได้สำเร็จแบบสะบักสะบอม


สิ่งที่ภูมิใจที่สุด



ถึงเราจะเดินช้าสุดในทีมซึ่งมีกัน 9 คน แต่เราก็พยายามและสามารถพิชิตใจตัวเอง ตั้งสติและฮึดสู้ตลอดเวลาจนไปถึงจุดหมาย ได้ยืนถ่ายรูปชูธงชาติไทยที่ Everest Base Camp และผ่านทั้ง 3 พาสได้สำเร็จ ได้เห็น Everest ด้วยตาตัวเองจากมุมมองหลายๆยอดเขาที่เดินผ่าน เหมือนสิ่งที่ฝันไว้เป็นจริง ภูมิใจและดีใจมาก เพราะเป็นคนรักหิมาลัยและคลั่งไคล้ Everest มานาน


ระหว่างทาง เกิดอะไรบ้าง



ตั้งแต่เดินทางท่องเที่ยวมา ทริปนี้ถือว่าโหดที่สุด ยาวนานที่สุด ( 20 วัน) แต่ก็เป็นการเดินทางที่ภูมิใจมากที่สุดเช่นกัน จากการเดิน trekking ทั้งหมด 16 วัน หลายอารมณ์เกิดขึ้น ท้อแท้สุดในชีวิต เหนื่อยสุดในชีวิต ต้องใช้แรงกายแรงใจมากสุดในชีวิต ตอนที่ข้ามพาส Kongma La ตอนนั้นป่วยและตัดสินใจบอกไกด์ทั้งน้ำตาว่าเดินต่อไปไม่ไหวแล้ว ไกด์คงเห็นความพยายามในตัวเราแนะนำว่าให้เราพักแล้วค่อยๆดูกันไป เพื่อนๆในทีมก็ให้กำลังใจจนสุดท้ายเราก็ผ่านมาได้


อยากให้แชร์ความรู้สึก ระหว่างเส้นทางที่ไป



Everest งดงามและหิมาลัยก็สวยมากๆ สมาชิกในทีมก็เป็นส่วนสำคัญให้เกิดเรื่องราวดีๆตลอดเส้นทาง ไม่ว่าจะเหนื่อยและท้อแค่ไหน ทุกคนจะดูแลกันและให้กำลังใจเสมอ บางคนก็เพิ่งมารู้จักมาเจอกันที่นี่ แต่ทุกคนก็เข้ากันได้ดี สำหรับเรามันเป็นทริปที่มีทั้งน้ำตา เสียงหัวเราะ รอยยิ้ม ความสุข และความภูมิใจในตัวเองมากๆ






คุณคิดว่าได้ทำถึงเป้าหมายที่วางไว้หรือยัง



ถ้าหมายถึงการเดินทางครั้งนี้คิดว่าทำถึงเป้าหมายแล้ว ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นระหว่างทางแต่สุดท้ายเราก็สามารถพิชิตใจตัวเองไปได้ถึงจุดหมายและทำตามสิ่งที่เราฝันไว้ได้สำเร็จ ที่สำคัญสำเร็จแบบ happy ending เลย
Inspired by
Muang Thai Insurance
เมืองไทยประกันภัย
เติมเต็มทุกความสุขของคุณ ด้วยแรงบันดาลใจจากเรา
TAGS: 
พิชิตยอดเขาเอเวอเรสต์
"เพราะแรงบันดาลใจ คือ ชีวิต"
เพื่อแบ่งปันความรู้สึกของคุณ ผ่านตัวอักษรเพียง เข้าสู่ระบบ หรือ สมัครสมาชิก

บทความที่น่าสนใจ