logo
EN TH
ประกันอัคคีภัยสำหรับธุรกิจ

ประกันอัคคีภัยสำหรับธุรกิจ

เป็นการประกันภัยที่จะช่วยรองรับความเสียหายที่เกิดขึ้นกับธุรกิจ ร้านค้า สถานประกอบการ จากอัคคีภัย และภัยอื่นๆที่อาจเกิดขึ้นได้
สิ่งที่รับประกันภัย 

 

  • อาคาร ร้านค้า สำนักงาน โรงแรม โรงเรียน โรงพยาบาล โรงงาน โกดัง ฯลฯ
  • ทรัพย์สินภายในอาคาร เช่น เฟอร์นิเจอร์ เครื่องมือ เครื่องใช้ เครื่องจักร สต็อกสินค้า

 

  • ไฟไหม้รวมภัยไฟป่า รวมทั้งความเสียหายที่เป็นผลสืบเนื่องโดยตรงจากไฟไหม้ เช่น ความเสียหายจากควันไฟ น้ำที่ใช้ดับไฟ แต่ไม่รวมความเสียหายจากแรงระเบิดอันเป็นผลมาจากไฟไหม้
  • ฟ้าผ่า
  • การระเบิดของแก๊สที่ใช้เพื่อการอยู่อาศัย

 

  • ลมพายุ ภัยจากยวดยานพาหนะ ภัยระอุ ภัยจากควัน ภัยลูกเห็บ ภัยทางอากาศ ภัยน้ำท่วม ภัยเนื่องจากน้ำ แผ่นดินไหว
    ภัยต่อเครื่องไฟฟ้า ภัยระเบิด ภัยจลาจลและนัดหยุดงาน ภัยเนื่องจากการกระทำป่าเถื่อนและเจตนาร้าย โดยบริษัทฯจะพิจารณาเป็นรายๆ ไป
ข้อยกเว้นที่สำคัญ
  • ไม่คุ้มครองทรัพย์สินที่ตีราคายากเช่นเงิน ทอง อัญมณี โบราณวัตถุ ต้นฉบับเอกสาร แบบพิมพ์ ภาพเขียน ธนบัตร
  • ไม่คุ้มครองภัยพิเศษ นอกจากมีการซื้อเพิ่มเติม
  • ภัยสงคราม ก่อการร้าย การเผาทรัพย์สินของเจ้าพนักงาน อาวุธนิวเคลียร์ การแผ่รังสี หรือการแพร่กัมมันตภาพรังสี
    การถูกลักทรัพย์ระหว่างหรือหลังจากถูกอัคคีภัย

ข้อมูลเบื้องต้นที่ต้องการ

  • ผู้เอาประกัน (จะต้องมีส่วนได้เสีย หรือเป็นเจ้าของในทรัพย์สินที่เอาประกันภัย)
  • สถานที่ตั้ง และลักษณะการใช้ประกอบการ เช่น ร้านค้า หรือประกอบธุรกิจประเภทอื่นๆ
  • ทุนประกันของแต่ละรายการ เช่น ตัวอาคาร(ไม่รวมรากฐานและทำเลที่ตั้ง) เฟอร์นิเจอร์ เครื่องจักร สต็อกสินค้า ฯลฯ
    (ต้องตรงตามมูลค่าที่แท้จริงของทรัพย์สินนั้น)
  • ระยะเวลาประกันภัย เช่น 1 ปี 2 ปี หรือ 3 ปี
  • ลักษณะสิ่งปลูกสร้าง จำนวนชั้น ฝาผนังด้านนอก พื้นชั้นบน โครงหลังคา หลังคา จำนวนหลัง พื้นที่ภายในอาคาร ระยะห่างจากสิ่งปลูกสร้างอื่น

 

 

ตามอัตราที่กำหนดโดยสำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย
สำหรับกรมธรรม์ประกันภัยที่มี ระยะเวลาคุ้มครองเกิน 1 ปี ให้คำนวณเบี้ยประกันภัย ดังนี้

  • ระยะเวลาประกันภัย 2 ปี คิด 175% ของอัตราเบี้ยประกันภัย 1 ปี
  • ระยะเวลาประกันภัย 3 ปี คิด 250% ของอัตราเบี้ยประกันภัย 1 ปี
หากมีการสูญเสียหรือเสียหายตามสัญญากรมธรรม์ประกันอัคคีภัย และทำให้บริษัทฯ ต้องจ่ายค่าสินไหม ซึ่งเป็นผลให้สัญญากรมธรรม์ประกันอัคคีภัยสิ้นสุดลง ให้คืนเบี้ยประกันภัยตามส่วน ดังนี้
  • กรมธรรม์ประกันอัคคีภัยสิ้นสุดการคุ้มครองปีแรก คืนเบี้ยประกันภัยปีที่สอง และเบี้ยประกันภัยปีที่สาม
  • กรมธรรม์ประกันอัคคีภัยสิ้นสุดการคุ้มครองปีที่สอง คืนเบี้ยประกันภัยปีที่สาม
  • ในกรณีที่ผู้เอาประกันภัยบอกเลิกสัญญากรมธรรม์ประกันภัยก่อนถึงกำหนด ให้ใช้อัตราเบี้ยประกันภัยระยะสั้น
การใช้กรมธรรม์ประกันอัคคีภัยที่มีระยะเวลาให้ความคุ้มครองเกินกว่า 1 ปี แต่ไม่เกิน 3 ปี ให้ใช้สำหรับ
  • ภัยสำหรับบ้านอยู่อาศัยโดยเฉพาะ
  • ภัยอื่น ๆ ที่มีเบี้ยประกันภัยไม่เกิน 2,000.-บาทต่อปี

 

 
  • การทำประกันรายใหม่ ควรแนบแผนผังแสดงสถานที่ตั้งทรัพย์สินมาด้วยเพื่อที่บริษัทฯ จะได้กำหนด อัตราค่าเบี้ยประกันภัยได้ถูกต้อง
  • การตีราคาทุนประกันของสิ่งปลูกสร้างจะต้องไม่รวมมูลค่าของที่ดินที่ตั้งอยู่และรากฐานของสิ่งปลูกสร้างนั้น
  • ผู้เช่าสามารถทำประกันได้ในส่วนของเฟอร์นิเจอร์หรือสิ่งตกแต่งติดตั้งตรึงตรา และหากผู้เช่าทำประกันภัยตัวอาคารที่เช่า จะต้องยกผลประโยชน์และทำในนามของเจ้าของกิจการเท่านั้น
  • กรณีที่มีการประกันไว้กับบริษัทอื่น จะต้องแจ้งให้บริษัทฯ ทราบ
  • การแจ้งเปลี่ยนแปลงกรมธรรม์ (การออกสลักหลัง) จะถือเอาวันที่บริษัทได้รับแจ้งเป็นวันเริ่มการเปลี่ยนแปลง ทั้งนี้รวมถึงการยกเลิกกรมธรรม์ด้วย
  • การทำประกัน ต่ำกว่า มูลค่าจริง มีผลให้ได้รับค่าสินไหมเฉลี่ยตามสัดส่วน
  • การทำประกัน สูงกว่า มูลค่าจริง จะได้รับค่าสินไหมเท่ากับมูลค่าจริง
  • การระบุพื้นที่สิ่งปลูกสร้าง ให้ระบุเป็น กว้างxยาว ต่อคูหาหรือต่อหลัง(ระบุเป็นเมตร)
กรมธรรม์แบบกระแสรายวันนี้จะออกให้โดยถือหลักเกณฑ์ และเงื่อนไขพิเศษดังนี้
  • การประกันสต็อกสินค้า โดยที่จำนวนทุนประกันของกรมธรรม์ฉบับเดียวหรือมากกว่า 1 ฉบับ สำหรับภัยเดียวกันต้องมีจำนวนทุนประกันไม่น้อยกว่า 5 ล้านบาท โดยคำนวณเบี้ยประกันเพียง 75% ของจำนวนเงินเอาประกันภัย และจะมีการปรับปรุงเมื่อ สิ้นระยะเวลาของการประกันภัย
  • ทุนประกัน คือ จำนวนเงินในขั้นสูงสุดที่บริษัทฯ จะต้องรับผิดชอบตามที่ระบุไว้ในกรมธรรม์
  • ไม่มีการลดทุนประกันในระหว่างกำหนดอายุสัญญาที่กรมธรรม์ยังมีผลบังคับอยู่
  • ผู้เอาประกันภัยจะต้องแจ้งมูลค่าของสินค้าให้บริษัทฯทราบเป็นหนังสือ โดยแจ้งมูลค่าเฉลี่ยของทรัพย์สินที่เอาประกันภัยแต่ละวันของเดือนให้บริษัทฯ ทราบภายใน 30 วัน นับตั้งแต่วันสิ้นเดือนของแต่ละเดือน
ในกรณีที่มีอุปกรณ์ดับเพลิงติดตั้งไว้ในบริเวณที่เอาประกัน จะได้รับส่วนลดตามรายการอัตราส่วนลดสำหรับอุปกรณ์ดับเพลิงต่างๆ ดังนี้
ประเภทของอุปกรณ์ อัตราส่วนลด
1. อุปกรณ์สำหรับดับเพลิงซึ่งติดตั้งอยู่ภายในสิ่งปลูกสร้าง  
  • เครื่องดับเพลิงเคมี
  • ท่อดับเพลิงภายในสิ่งปลูกสร้าง
  • ม้วนสายสูบหรือหัวท่อดับเพลิงซึ่งมีสายสูบขนาดเล็กติดอยู่
  • เครื่องสัญญาณแจ้งเพลิงไหม้แบบอัตโนมัติ
2.5 %
5.0 %
5.0 %
2.5 %
2. อุปกรณ์ดับเพลิงภายนอกสิ่งปลูกสร้าง  
  • เครื่องดับเพลิงที่ใช้กำลังคนและเคลื่อนที่ได้
  • เครื่องสูบน้ำดับเพลิงที่ใช้กำลังเครื่องยนต์เคลื่อนที่ได้หรือติดตั้งประจำที่
  • ท่อดับเพลิงรับน้ำจากการประปานครหลวง
  • ท่อดับเพลิงที่มีเครื่องสูบน้ำทำงานแบบ Manual
  • ท่อดับเพลิงที่มีเครื่องสูบน้ำทำงานแบบ Automatic
2.5 %
7.5 %
5.0 %
7.5 %
10.0 %
3. เครื่องพรมน้ำดับเพลิงแบบอัตโนมัติ  
ขนาดของพื้นที่สูงสุดแต่ละชั้นที่เหมาะสมต่อระบบเครื่องพรมน้ำดับเพลิงอัตโนมัติหัวฉีดทั้งระบบ ซึ่งจะกำหนดดังนี้
สภาพความเสี่ยงภัย ขนาดของพื้นที่ต่อหนึ่งท่อประธาน (Main Pipe)
ต่ำ 4,831 ตารางเมตร
ปานกลาง4,831 ตารางเมตร
สูง2,323 ตารางเมตร


ตั้งแต่ 25% แต่ไม่เกิน 30%
ตั้งแต่ 30% แต่ไม่เกิน 40%
ตั้งแต่ 40% แต่ไม่เกิน 50%
4. เครื่องดับเพลิงประเภทอื่น  
การติดตั้งอุปกรณ์ดับเพลิงประเภทอื่นๆ ที่มีสถาบันหรือองค์กรรับรองมาตรฐานนอกเหนือจากที่กล่าวมาแล้วข้างต้นทั้งภายในและภายนอกสิ่งปลูกสร้าง มีส่วนลดอุปกรณ์ดับเพลิงได้ไม่เกิน 10%
   

หมายเหตุ : ส่วนลดอุปกรณ์ดับเพลิงตามรายละเอียดข้างต้น มีเงื่อนไขดังนี้
- บริเวณที่เอาประกันภัย ต้องมีอัตราส่วนลดสำหรับอุปกรณ์ดับเพลิงทุกชนิด เมื่อรวมทั้งสิ้นแล้ว ตั้งแต่ 7.5% ขึ้นไป จึงมีส่วนลดได้
- อัตราส่วนลดสำหรับอุปกรณ์การดับเพลิงทุกชนิด (ยกเว้นกรณีที่มีการติดตั้งเครื่องพรมน้ำดับเพลิง) เมื่อรวมทั้งสิ้นแล้วมีอัตราส่วนลดสูงสุดไม่เกิน 25%
- อุปกรณ์ดับเพลิงแต่ละชนิด จะต้องมีคุณสมบัติตามที่กำหนด

 

กรอกรายละเอียดสถานที่ตั้งที่เอาประกัน หรือเก็บทรัพย์สินที่เอาประกันภัย กรุณาลงรายละเอียดให้ชัดเจน เพื่อให้การคำนวณอัตราเบี้ยประกันภัยเป็นไปอย่างถูกต้อง ในกรณีที่เป็นหมู่บ้าน กรุณาระบุชื่อหมู่บ้านหรือชื่อโครงการ พร้อมที่อยู่ให้ชัดเจน
ในกรณีที่ไม่มีเลขที่บ้าน ให้ลงเลขที่โฉนด หรือ น.ส. 3 แทน
ในกรณีที่ไม่ทราบเลขที่โฉนดหรือ น.ส.3 ขอให้ทำแผนผังแสดงที่ตั้งทรัพย์สินที่เอาประกันภัย แนบมาพร้อมใบคำขอ

ระยะเวลาเอาประกันภัย
ให้ระบุระยะเวลาที่ต้องการการคุ้มครอง ได้แก่ 1 ปี 6 เดือน หรือ 3 เดือน โดยวันที่เริ่มประกันภัยจะเป็นวันที่ที่บริษัทฯ พิจารณารับประกันภัยดังกล่าวแล้ว

รายละเอียดของทรัพย์สินที่เอาประกันภัย
- สิ่งปลูกสร้าง หมายถึง ตัวอาคาร(ไม่รวมรากฐาน)
- เฟอร์นิเจอร์ หมายถึง การตกแต่งติดตั้งตรึงตรา เครื่องเรือน เครื่องใช้ไฟฟ้า อุปกรณ์เครื่องใช้สำนักงาน
- สต็อกสินค้า หมายถึง วัตถุดิบ สินค้ากึ่งผลิต สินค้าสำเร็จรูป วัสดุบรรจุภัณฑ์ (ระบุประเภทของสินค้าอย่างชัดเจนด้วย)
- เครื่องจักร หมายถึง เครื่องจักรกล เครื่องมือและอุปกรณ์ส่วนควบ รวมถึงชิ้นส่วนอะไหล่
- อื่น ๆ หมายถึง ทรัพย์สินที่ไม่สามารถจัดเข้าในหมวดหมู่ข้างต้นได้ เช่น ระบบลิฟต์ บันไดเลื่อน ฯลฯ

 
สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมที่ mti_ecommerce@muangthaiinsurance.com
เจ้าหน้าที่จะตอบกลับในเวลาทำการ วันจันทร์ - ศุกร์ เวลา 8.30 น. - 17.00 น.