logo
EN TH
คำถามที่ถูกถามบ่อย

คำถามที่ถูกถามบ่อย

ความคุ้มครอง ประเภท1 ประเภท2 ประเภท3 ประเภท5
1. ความรับผิดชอบต่อบุคคลภายนอก
1.1 ความรับผิดชอบต่อชีวิต ร่างกาย หรือ อนามัยเฉพาะส่วน
ที่กินวงเงินสูงสุดตามพรบ. (บาท/ต่อคน) และ (บาท/ครั้ง)
มี มี มี มี
1.2 ความรับผิดชอบต่อทรัพย์สินของบุคคลภายนอก (บาท/ครั้ง) มี มี มี มี
2. ความรับผิดชอบต่อรถประกัน
2.1 ความเสียหายต่อตัวรถยนต์ที่เอาประกัน มี ไม่มี ไม่มี มี
2.1.1 ความความเสียหายส่วนแรก (Deductible) มี/ไม่มี ไม่มี ไม่มี 2,000
(กรณีเป็นฝ่ายผิด)
2.2 กรณีรถยนต์สูญหาย/ไฟไหม้ มี มี ไม่มี มี/ไม่มี
ทำอย่างไรเมื่อเกิดอุบัติเหตุ?
โทรศัพท์มาที่ศูนย์รับแจ้งอุบัติเหตุ 24 ชั่วโมง หมายเลข 1484 แล้วกด “1” เพื่อขอคำแนะนำจากเจ้าหน้าที่
ฉันไม่มีเวลารอเจ้าหน้าที่สำรวจภัย หรือรถฉันกีดขวางการจราจรอย่างมาก ฉันสามารถแยกจากคู่กรณี หรือเคลื่อนย้ายรถออกจากจุดเกิดเหตุได้เลยหรือไม่?
บริษัทฯ มีคำแนะนำดังนี้
  • กรณีที่ 1 — เคลื่อนย้ายรถได้ และไม่ต้องรอเจ้าหน้าที่สำรวจภัย ถ้า
    • รถประกัน และรถคู่กรณี มีประกันประเภท 1 ทั้งคู่
    • ลักษณะการเกิดเหตุชัดเจน ทราบฝ่ายถูก/ผิด และฝ่ายผิดยินยอมรับผิด
    • ทั้งสองฝ่ายมีใบยืนยันการเกิดเหตุ (แนบในซองกรมธรรม์) และสามารถกรอกข้อมูลได้ครบถ้วน แล้วทำการแลกเปลี่ยนเอกสารกับคู่กรณี เพื่อนำใบยืนยันการเกิดเหตุที่แลกเปลี่ยนกับคู่กรณีมาติดต่อที่บริษัทประกันภัยของตนเองภายหลัง

    หมายเหตุ: ต้องมีครบทุกข้อที่กล่าวมาด้านบน มิใช่แค่ข้อใดข้อหนึ่ง

  • กรณีที่ 2 — เคลื่อนย้ายรถได้ แต่ต้องรอเจ้าหน้าที่สำรวจภัย หาก
    • ลักษณะการเกิดเหตุชัดเจน ทราบฝ่ายถูก/ผิด และฝ่ายผิดยินยอมรับผิด
    • ไม่มีผู้บาดเจ็บหรือเสียชีวิต
  • กรณีที่ 3 — ไม่ควรเคลื่อนย้ายรถ และต้องรอเจ้าหน้าที่สำรวจภัย เมื่อ
    • ลักษณะการเกิดเหตุไม่ชัดเจน และไม่มีฝ่ายใดรับผิด
    • มีผู้ได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิต
ฉันต้องจ่ายค่าเสียหายส่วนแรกในกรณีใดบ้าง?
มีหลายกรณี ยกตัวอย่างเช่น
  • ไม่สามารถแจ้งให้บริษัทฯ ทราบถึงคู่กรณีได้
  • ความเสียหายที่เกิดขึ้น ที่ผู้เอาประกันไม่สามารถแจ้ง วัน เวลา และสถานเกิดเหตุ ได้โดยละเอียด
  • การใช้รถผิดประเภท เช่น นำรถยนต์ใช้ส่วนบุคคลไปใช้รับจ้าง
  • ผู้ขับขี่รถประกันในขณะเกิดเหตุ มิใช่ผู้ขับขี่ที่ระบุชื่อไว้ในกรมธรรม์ประกันภัย (กรณีทำประกันแบบระบุชื่อผู้ขับขี่)
  • ความเสียหายที่เกิดขึ้นเฉพาะกับสีเพียงอย่างเดียว ไม่มีรอยบุบ รอยแตก รอยร้าว
  • มีระบุไว้ในหน้าตารางกรมธรรม์ เช่น ความรับผิดในส่วนแรก 2,000 บาททุกกรณี
  • อื่นๆ
พนักงานของคุณจะมาถึงที่เกิดเหตุในกี่นาที?
  • ในเขตกรุงเทพฯ และปริมณฑล เราพยายามจะไปถึงที่เกิดเหตุภายใน 30 นาที
  • ในพื้นที่ต่างจังหวัดเราจะจัดเจ้าหน้าที่ไปให้บริการท่านโดยเร็วที่สุด แต่ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับระยะทาง และพื้นที่เกิดเหตุ
คุณมีอู่ในเครือที่ไหนบ้าง?
บริษัทฯ มีอู่่ในเครือไว้ให้บริการท่านมากกว่า 350 แห่งทั่วประเทศ และยังขยายตัวอย่างต่อเนื่อง โดยท่านสามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ในสมุดคู่มือรถยนต์ หรือเว็บไซด์ของบริษัทฯ คลิกเพื่อดูอู่ออนไลน์
จำเป็นหรือไม่ที่ต้องใช้อู่ในเครือของเมืองไทยประกันภัย?

เราแนะนำให้ท่านใช้อู่ในเครือบริษัทฯ เนื่องจากเรามีอู่ในเครือที่ได้มาตรฐาน และครอบคลุมทุกพื้นที่ทั่วประเทศอยู่แล้วมากกว่า 350 อู่ และยังมีการรับประกันคุณภาพงานซ่อมถึง 6 เดือน และท่านไม่ต้องสำรองจ่ายค่าซ่อมก่อน

อย่างไรก็ตามผู้เอาประกันสามารถเข้าซ่อมรถที่อู่นอกเครือได้ แต่ขอให้ติดต่อกับบริษัทฯ ก่อนจัดซ่อมเพื่อสำรวจความเสียหาย และตกลงราคาค่าซ่อม และท่านต้องสำรองค่าซ่อมไปก่อนแล้วยื่นเบิกค่าซ่อมจากบริษัทฯ เมื่อรถซ่อมเสร็จ โดยที่บริษัทฯ จะไม่รับประกันคุณภาพงานซ่อมให้ท่าน

ถ้าฉันเลือกที่จะใช้อู่ประจำของฉัน แต่ไม่ใช่อู่ในเครือของบริษัทฯ ต้องดำเนินการอย่างไรบ้าง?
  • เตรียมหลักฐาน (ใบขับขี่ผู้ขับขี่ขณะเกิดเหตุ/หน้าตารางกรมธรรม์/สำเนาทะเบียนรถ)
  • นำรถยนต์ของท่านเข้ามาตรวจสอบความเสียหาย และประเมินราคาค่าซ่อมที่บริษัทฯ ก่อนจัดซ่อม
  • นำรถเข้าซ่อมและสำรองจ่ายค่าซ่อม
  • ยื่นเรื่องเบิกค่าซ่อมจากบริษัทฯ ตามที่ได้ตกลงกันไว้
รถเกิดอุบัติเหตุ แต่ไม่มีคู่กรณี หรือคู่กรณีหลบหนี ต้องทำอย่างไร?
  • กรณีเสียหายเล็กน้อย ให้นำรถยนต์/กรมธรรม์ประกันภัยรถยนต์/ใบขับขี่ ติดต่อที่อู่ในเครือของบริษัทฯ
  • กรณีเสียหายค่อนข้างมาก ให้แจ้งบริษัทฯ เพื่อให้เจ้าหน้าที่สำรวจภัยให้การช่วยเหลือ

หมายเหตุ: ทั้งสองกรณีผู้เอาประกันจะถูกเรียกเก็บค่าความเสียหายส่วนแรก แต่ทั้งนี้หากท่านสามารถจดเลขทะเบียนของคู่กรณีได้ ให้ท่านไปลงบันทึกประจำวัน พร้อมคัดสำเนาในพื้นที่เกิดเหตุ ทั้งนี้หากพิสูจน์ได้ ท่านจะไม่ถูกเรียกเก็บค่าความเสียหายส่วนแรก

ฉันจะให้คนอื่นๆ ที่ไม่ใช้เจ้าของกรมธรรม์มาทำเคลมแทนได้หรือไม่?
สามารถทำได้โดยต้องทำชุดมอบอำนาจ ซึ่งประกอบด้วยหนังสือมอบอำนาจ สำเนาใบขับขี่ สำเนาบัตรประจำตัวประชาชน สำเนาทะเบียนรถ สำเนาหน้าตารางกรมธรรม์ประกันภัยรถยนต์ (ลงชื่อรับรองสำเนาถูกต้องในเอกสารทุกใบ) แล้วให้ผู้รับมอบอำนาจ (พร้อมสำเนาบัตรประชาชนนำรถยนต์ พร้อมหลักฐานชุดมอบอำนาจติดต่อที่บริษัทฯ หรืออู่ในเครือ
ต้องใช้หลักฐานอะไรบ้างในการแจ้งเคลม?
  • ใบขับขี่ของผู้ขับขี่ขณะเกิดเหตุ
  • หน้าตารางกรมธรรม์ประกันภัยรถยนต์
  • สำเนาทะเบียนรถ
กระจกบังลมหน้าแตก ฉันต้องทำอย่างไร?
  • เตรียมหลักฐาน (ใบขับขี่ผู้ขับขี่ขณะเกิดเหตุ/หน้าตารางกรมธรรม์/สำเนาทะเบียนรถ)
  • นำรถยนต์เข้าติดต่อเปลี่ยนกระจกได้ที่ร้านกระจกในเครือ (ท่านสามารถดูรายชื่อร้านกระจกในเครือได้ในสมุดคู่มือรถยนต์หรือเว็บไซด์ของบริษัทฯ)
  • ต่างจังหวัด ติดต่อเจ้าหน้าที่ หรือที่สำนักงานสาขาทั่วประเทศ (ท่านสามารถดูรายชื่อสาขาและเบอร์โทรศัพท์เจ้าหน้าที่จากสมุดคู่มือรถยนต์)
ยางรถยนต์เสียหาย เคลมได้หรือไม่?
  • ยางระเบิด ฉีกขาดเอง ไม่สามารถเคลมได้ เนื่องจากมิได้เกิดจากอุบัติเหตุ กรมธรรม์ไม่คุ้มครอง
  • หากยางเสียหายจากการเกิดอุบัติเหตุ กรมธรรม์ให้ความคุ้มครอง เช่น
    • รถชนแล้วยางแตก
    • ขับรถตกหลุมบนถนน ทำให้ยางฉีกขาด
    • ยางถูกโจรกรรม
  • สำเนาทะเบียนรถ
เมื่อมีการแก้ไข ตกแต่ง ดัดแปลงรถที่เอาประกันภัย เราต้องแจ้งคุณหรือไม่?
จำเป็นต้องแจ้ง เนื่องจากตัวรถ หรืออุปกรณ์ตกแต่งได้ต่างไปจากเดิม ซึ่งมีผลต่อการพิจารณารับประกันภัย รวมถึงการจ่ายชดเชยค่าสินไหม
ถ้าต้องการแก้ไขเนื้อหาในกรมธรรม์ต้องทำอย่างไร?
โทรศัพท์ติดต่อมายังบริษัทฯ หรือแจ้งผ่านตัวแทน นายหน้าของท่าน
การยกเลิกกรมธรรม์ต้องทำอย่างไร และจะได้ค่าเบี้ยประกันคืนหรือไม่?
การยกเลิกกรมธรรม์มีสองประเภทคือ
  • การบอกยกเลิกโดยผู้เอาประกันภัย กรณีนี้ผู้เอาประกันภัยต้องทำหนังสือเป็นลายลักษณ์อักษรโดยระบุวันที่จะยกเลิกให้ชัดเจน พร้อมส่งคืนกรมธรรม์ บริษัทฯ จะคืนเบี้ยประกันภัยคืนตามอัตราที่กำหนดไว้ในตารางกรมธรรม์เป็นอัตราร้อยละของเบี้ยประกันเต็มปี
  • บริษัทฯ เป็นผู้บอกยกเลิกกรมธรรม์ ด้วยหนังสือบอกยกเลิกให้ผู้เอาประกันภัยทราบล่วงหน้าไม่น้อยกว่า 30 วันโดยส่งไปรษณีย์ลงทะเบียน ในกรณีนี้บริษัทฯ จะคืนเบี้ยประกันแบบเฉลี่ยรายวันตามวันคุ้มครองที่เหลืออยู่